Blog

LOVE CHIBA
การท่องเที่ยวที่แนะนำ

การท่องเที่ยว 2 วัน 1 คืนในฤดูใบไม้ผลิของจังหวัดชิบะ

จังหวัดชิบะที่มีสนามบินนาริตะ เป็นเมืองที่มีอากาศอบอุ่นอุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติทั้งทะเลและภูเขา เป็นเมืองที่มีอาหารทะเลกับอาหารท้องถิ่นที่หลากหลายแสนอร่อย และตอนนี้ยังสะดวกสบายมากขึ้นกว่าเดิมเพราะสามารถเดินทางไปได้โดยรถไฟTokyo Bay Aqua Lineและยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสุดนิยมสำหรับการขับรถมาแบบไปเช้าเย็นกลับด้วย ในครั้งนี้จะขอแนะนำการท่องเที่ยวในแถบ『คาบสมุทรโบโซ』ที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดชิบะค่ะ

 

น้ำตกโนมิโสะที่เป็นที่นิยมขึ้นมาจากกระแสในโซเชี่ยล ที่แม้แต่ชาวต่างชาติก็ยังมากัน

เราจะแวะน้ำตกโนมิโสะกันก่อนที่จะไปคาโมงาวะกันค่ะ และนี่คือจุดยอดนิยมที่ว่ากันว่าจะ「สามารถถ่ายภาพลึกลับได้」ผลจากโซเชี่ยลนี่สุดยอดจริงๆ เลยนะคะ
และ ณ ลานกว้างของลำธารชิมิสุก็ยังมีทางเดินไม้ที่สามารถเพลิดเพลินกับใบไม้เปลี่ยนสีตอนฤดูใบไม้ร่วงได้
*ช่วงวันที่ 23 ก.พ.ทางเดินไม้อยู่ระหว่างปรับปรุง

ลานกว้างลำธารชิมิสุ (น้ำตกโนมิโสะ/ถ้ำคาเมะอิวะ)
ช่วงเวลาให้บริการ:ตลอดทั้งวัน
ค่าใช้จ่าย:ฟรี
ที่จอดรถ:มี (รถธรรมดา 26 คัน, รถบัส 2 คัน) / ฟรี

 

โชว์อันทรงพลังของปลาวาฬเพชรฆาต! ณ คาโมงาวะซีเวิลด์


สวนสนุกพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำคาโมงาวะซีเวิลด์ เปิดเมื่อเดือนตุลาคมปี 1970 มีคอนเซปคือการมาสัมผัสกับโลกแห่งทะเล เป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตใต้น้ำและความสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติไปพร้อมๆ กับการได้สัมผัสประสบการณ์การเรียนรู้ถึงความสำคัญของชีวิตและความวิเศษของการได้สัมผัสกับสิ่งมีชีวิตใต้น้ำ

การแสดงอันทรงพลังของปลาวาฬเพชรฆาต

เป็นการแสดงที่มีการร่วมมือกันอย่างพร้อมเพรียงของปลาวาฬเพชรฆาตและผู้ฝึก ด้วยการกระโดดอันทรงพลัง ถ้านั่งใกล้ๆแท๊งก์น้ำมีเปียกแน่นอน สามารถซื้อเสื้อกันฝนได้จากภายในบริเวณงาน
http://www.kamogawa-seaworld.jp/english/aquarium/program/orca.html   (ภาษาอังกฤษ)
※อาจมีกรณีที่เปลี่ยนแปลงโชว์หรือยกเลิกเนื่องมาจากสภาพอากาศและสภาพของสัตว์

 

นอกจากนั้น ยังมีการแสดงจากสิงโตทะเลและโชว์ปลาโลมาอีกด้วย
ตารางการแสดงดูได้ที่นี่

http://www.kamogawa-seaworld.jp/english/aquarium/program/(ภาษาอังกฤษ)

 

เราสามารถถ่ายรูปที่ระลึกร่วมกับปลาโลมาและสิงโตทะเลได้หลังจากที่โชว์เสร็จแล้ว โดยมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมค่ะ สต๊าฟจะจำหน่ายบัตรถ่ายรูปก่อนหน้าที่โชว์จะเริ่มค่ะ

ถือว่าเป็นของที่ระลึกที่ดีมากๆ เลยนะ มาลองถ่ายรูปกับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมสุดน่ารักกันดูนะคะ! ถ่ายรูปคู่กับปลาโลมา 600 เยน ใช้กล้องได้แค่ 1 ตัวและสต๊าฟจะเป็นคนถ่ายให้ค่ะ

 

มาลองรับประทานอาหารไปพร้อมๆ กับดูปลาวาฬเพชรฆาตดูไหมคะ?

และนี่คือร้าน「Ocean」เป็นร้านอาหารที่สามารถรับประทานอาหารไปด้วยดูปลาวาฬเพชรฆาตไปด้วยได้หนึ่งเดียวในญี่ปุ่น ไม่เพียงแค่เด็กๆ เท่านั้นกับผู้ใหญ่เองก็ต้องประทับใจไปกับท่าว่ายน้ำอันแสนงดงามของปลาวาฬเพชรฆาตนี้ และอาหารก็มีหลากหลายอีกด้วย

 


ข้าวหน้าหมูตุ๋นซอสเดมิกราปลาวาฬเพชรฆาต(มีซุปให้) 1,300 เยน

 

แกงกะหรี่กุ้งลอปสเตอร์แห่ง “BOSO” (เลือกข้าวหรือขนมปัง, มีสลัดให้) 2,060 เยน

 

Ocean Parfait 620 เยน

 

นอกจากนั้น เรายังสามารถมาเจอเต่าทะเล, ปลาและเพนกวินได้ที่พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำนี้ค่ะ

 

คาโมงาวะซีเวิล์ด
เวลาทำการ: แตกต่างกันไปในแต่ละวัน กรุณาตรวจสอบที่หน้าเว็ปไซต์
http://www.kamogawa-seaworld.jp/english/guide/ (ภาษาอังกฤษ)
ค่าเข้า: ผู้ใหญ่ 2,800 เยน เด็ก 4 ขวบ~นักเรียนประถม 1,400 เยน
ที่จอดรถ: มี / รถทั่วไป 1,000 เยน (1วัน)
วิธีเดินทาง: http://www.kamogawa-seaworld.jp/english/guide/access/ (ภาษาอังกฤษ)

 

สัมผัสประสบการณ์ทำงานหัตถกรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่น ผ้าย้อมสีตระกูลซูซูกิ

เป็นชุดแบบญี่ปุ่นชนิดหนึ่งที่ถูกทำขึ้นมาเพื่อเป็นชุดนำโชคให้กับชาวประมงเรียกว่า ไมไว
เป็นชุดที่ได้รับความนิยมแพร่หลายในหมู่ชาวประมงด้วยกันสืบทอดมาตั้งแต่ยุคเอโดะว่ากันว่าต้นกำเนิดของชุดนี้มาจากหมู่บ้านชาวประมงของคาบสมุทรโบโซในสมัยเอโดะนั่นเอง

 

และนี่คือเวิร์คช็อปที่สามารถเข้าร่วมสัมผัสประสบการณ์การย้อมสีผ้าได้ ในรูปนี้เป็นรุ่นที่ 3 ค่ะ ปัจจุบันแกทำงานร่วมกับลูกชายที่เป็นรุ่นที่ 4 อยู่ค่ะ แต่ช่วงที่รุ่นที่ 4 ลังเลใจว่าจะสืบทอดกิจการของที่บ้านต่อดีหรือไม่นั้นก็ได้ออกเดินทางไปยังอเมริกา และได้แวะที่ไปพิพิธภัณฑ์ของเมืองมอนเทอร์เรย์ รัฐแคลิฟอร์เนียที่มีความสัมพันธ์เป็นเมืองพี่เมืองน้องกับเมืองคาโมงาวะ และได้พบกับธงเรือนำโชคที่คุณปู่ของเขาเป็นผู้ทำขึ้น ประดับเอาไว้ที่นั่น เขาจึงได้ตัดสินใจในตอนนั้นนั่นเองว่าจะสืบทอดกิจการของทางบ้านต่อไป จึงอยากให้ทุกท่านได้มาสัมผัสกับวัฒนธรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่ได้รับการสืบทอดโดยครอบครัวนี้กันให้ได้ค่ะ

 

ลวดลายที่เราเข้าไปร่วมเวิร์คช็อปในครั้งนี้คือลายเสื้อฮัปปิค่ะ จะต้องทาสีไปเรื่อยๆ จากตรงนี้ค่ะ จุดที่ยากก็คือการไล่สีค่ะ แต่ในที่สุดก็สามารถทาสีได้จนจบโดยให้เขาช่วยสอนให้ค่ะ

 

นำภาพที่ทาสีเสร็จแล้วมาผึ่งให้แห้ง และนำกลับบ้านได้ค่ะ และหลังจากนั้น 2 วัน – 1 อาทิตย์ให้นำไปแช่น้ำไว้ประมาณ 1 วันเพื่อให้กาวหลุดออกค่ะ

 

และนำไปตากไว้เป็นอันเสร็จค่ะ นำไปใส่กรอบรูปและประดับห้องได้เลยค่ะ

 

ผ้าย้อมสีตระกูลซูซูกิ
เวลาในการทำเวิร์คช็อป: ประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที
Facebook:https://www.facebook.com/kamogawa.suzusen/
จองและติดต่อสอบถาม (ภาษาอังกฤษได้) e-mail  suzusen@awa.or.jp

 

และวันแรกก็จบที่ตรงนี้ค่ะ

 

 

ที่พักในวันนี้เราขอแนะนำให้พักบริเวณคาโมงาวะกับทาเทยามะค่ะ เพราะมีห้องที่มองเห็นวิวมหาสมุทรอยู่เยอะและที่พักที่มีอ่างแช่ออนเซนแบบเหมาส่วนตัวก็มีให้เลือกเยอะเช่นกันค่ะ

และมีห้องที่มีอ่างแช่น้ำร้อนกลางแจ้งอยู่ในห้องให้เลยด้วย เลือกได้ตามกำลังทรัพย์เลยค่ะ

 

โรงกลั่นเหล้าญี่ปุ่น คาเมดะชุโซ

วันต่อไป เราจะไปเยี่ยมชมโรงเก็บสุราที่ผลิตเหล้าญี่ปุ่นชื่อ『คาเมะดะชุโซ』กันค่ะ
เหล้าบ๊วยที่ใช้เหล้าญี่ปุ่นดองนั้นดื่มง่าย แนะนำสำหรับสาวๆค่ะ
นอกจากเหล้าแล้วก็ยังสามารถซื้อของฝากอื่นๆ เช่น ขนมต่างๆ ให้เลือกเยอะแยะมากมายค่ะ

คาเมดะชุโซ
เวลาทำการ: 9:00~18:00น.
ที่จอดรถ: มี / ฟรี

 

ประภาคารโนจิมะซากิ ที่เป็นประภาคารเก่าแก่เป็นอันดับ 2 ของญี่ปุ่น

เป็นประภาคารที่ได้รับการออกแบบโดยวิศวกรชาวฝรั่งเศสในปี 1869 ค่ะ ได้รับเลือกให้เป็น「50ประภาคารประจำญี่ปุ่น」และได้รับการจดทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่จับต้องได้ของประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย
และยังสามารถเดินเล่นเป็นเวลาประมาณ 20 นาทีในสวนสาธารณะที่อยู่รอบๆ ประภาคารโนจิมะซากิได้อีกด้วย

ประภาคารโนจิมะซากิ
เวลาทำการ: 9:00~16:00น. (เดือนต.ค.-เม.ย.) 9:00~16:30น. (เดือนพ.ค. – ก.ย.)
วันหยุด: วันที่มีฝนฟ้าคะนอง
ค่าเข้าประภาคาร: ผู้ใหญ่ 200 เยน

 

 

อาหารชุดพิเศษที่มีไม่กี่ชุดใน1วัน ข้าวหน้าทะเลลนไฟของทาเทยามะ

ของขึ้นชื่อของทาเทยามะคือข้าวหน้าทะเลลนไฟ ในปัจจุบันได้ทำเพื่อส่งให้กับร้านกินดื่มในเมืองทาเทยามะทั้งหมด 4 ร้านด้วยกัน ดูจากในรูปก็จะมี เครื่องดื่มต้นตำรับ, ซุปทะเลและของหวานด้วยราคาสุดคุ้มเพียง 1,800 เยนเท่านั้น

แต่ไม่ว่าจะไปที่ร้านไหนจำนวนอาหารที่จัดส่งให้ใน 1 วันก็จะมีจำกัดทุกร้าน และบางร้านก็จัดให้มีเฉพาะช่วงกลางวันในวันธรรมดาเท่านั้นอีกด้วย อาจจะเป็นอาหารที่เอื้อมถึงยากหากพูดภาษาญี่ปุ่นไม่ได้ ทางเราเลยอยากแนะนำให้จองเอาไว้โดยให้พนักงานของโรงแรมเป็นผู้จองให้ค่ะ และที่ร้าน『ทาเทยามะออนเซน เซนริโนะคาเสะ』ที่เรามาในครั้งนี้ก็ต้องจองไว้ก่อนล่วงหน้านะคะ

ทาเทยามะ เซนริโนะคาเสะ
【เวลาทำการ】 อาหารกลางวัน 11:3013:30น.
จำกัดจำนวน 30 ชุด / ช่วงเวลาอาหารกลางวันเท่านั้น (ต้องจองก่อนล่วงหน้า)
TEL:0470-28-2211

 

 

ทิวทัศน์งดงามที่หาที่ไหนเปรียบไม่ได้! เดินเล่นบนเขาโนโคกิริ

ภูเขาโนโคกิริมีความสูงจากระดับน้ำทะเลที่ 329.4 เมตร หากวันไหนที่อากาศดีเราจะสามารถมองเห็นวิวภูเขาไฟฟูจิได้จากยอดเขาด้วย และที่ภูเขานี้ยังดึดดูดให้ไปเยือนได้ด้วยการขึ้นกระเช้าลอยฟ้าขนาดใหญ่ที่ใช้เวลาจนถึงยอดเขาเพียง 4 นาทีเท่านั้น

จุดที่น่าสนใจคือภายในอาณาเขตอภัยทานที่มีขนาดกว่า 330,000 ตารางเมตรนั้นมีจุดยอดนิยมที่สามารถชะเง้อมองนรกได้อยู่ในวัดนิฮงจิและมีพระพุทธรูปที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นประดิษฐานอยู่ด้วย

อีกทั้งในอดีตที่นี่มีชื่อเสียงเรื่องเป็นแหล่งต้นกำเนิดหินโบชู(หินเถ้าภูเขาไฟ) ทำให้สามารถเรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์การตัดหินได้

 

กระเช้าลอยฟ้าทาเทยามะ
เวลาทำการ: 9:00〜17:00น.
                     9:00〜16:00น.(16 พ.ย.〜15 ก.พ.)

 

จุดท่องเที่ยวที่ไปเพลิดเพลินได้ในช่วงนี้

 

ทุ่งดอกไม้ล้านดอก ทาเทยามะแฟมิลี่พาร์ค

ขนาดใหญ่ที่สุดของภูมิภาคคันโต ทุ่งดอกป๊อปปี้กว่าล้านดอก
ช่วงพีคจะเริ่มตั้งแต่สิ้นเดือนก.พ.ไปจนถึงสิ้นเดือนมี.ค.

ทุ่งดอกป๊อปปี้ ทาเทยามะแฟมิลี่พาร์ค
เวลาทำการ: 8:30 ~17:00น. *แตกต่างกันไปตามฤดู
วันหยุด: วันพฤหัสบดี *แตกต่างกันไปตามฤดู
ค่าเข้า: นักเรียนม.ต้นขึ้นไป 550 เยน / 4 ขวบขึ้นไป 350 เยน

 

กินสตรอว์เบอร์รี่ได้ไม่อั้น! ศูนย์เก็บสตรอว์เบอร์รี่ทาเทยามะ

สามารถรับประทานสตรอว์เบอร์รี่ได้ไม่อั้น ในเวลา 30 นาที

ศูนย์เก็บสตรอว์เบอร์รี่ทาเทยามะ
ค่าเข้าสวน: ราคาทานไม่อั้น 30 นาทีของปี 2018
9 ม.ค.〜8 เม.ย. 6 ขวบขึ้นไป 1,600 เยน / 3〜5 ขวบ 1,400 เยน
9 เม.ย.〜6 พ.ค. 1200 เยน / 1,000 เยน

 

วิธีไปจังหวัดชิบะ จากโตเกียว, คานากาวะ
หากต้องการเข้าไปในเมือง สามารถใช้เส้นTokyo Bay Aqua Lineหรือจะนั่งTokyo Bay Furryก็สะดวกสบายค่ะ
หากมาจากเส้นTokyo Bay Aqua Lineก็จะใกล้กับเอาท์เล็ทด้วยค่ะ
และ ถ้าเป็นTokyo Bay Furryก็จะเดินไปทาเทยามะได้ใน 10 นาที สามารถนำรถขึ้นบนเรือเฟอร์รี่ได้ด้วยค่ะ

Tokyo Bay Furry
เที่ยวเดียว ผู้ใหญ่ (12 ปีขึ้นไป~) 720 เยน เด็ก (6-12 ปี) 360 เยน
ไปกลับ (ใช้ได้ 12 วัน) ผู้ใหญ่ 1,320 เยน เด็ก 660 เยน

 

เป็นอย่างไรบ้างคะ?

อยากให้ทุกคนได้มาท่องเที่ยวกันอย่างเต็มอิ่มไปกับการท่องเที่ยวญี่ปุ่นในแบบที่แตกต่างจากเที่ยวที่โตเกียวกันดูนะคะ

 

ของอร่อยบนถนนเส้นหน้าวัดนาริตะซัง

คราวที่แล้วเราได้แนะนำถนนเส้นหน้าวัดนาริตะซังกันไปแล้วนะคะ ครั้งนี้จะขอพูดถึงของอร่อยๆ มากมายตั้งแต่สถานีรถไฟนาริตะไปจนถึงวัดนาริตะซังชินโชจิกันเลยค่ะ เก็บเอาไว้ดูเวลามาเที่ยวที่นาริตะซังกันนะคะ

เอาล่ะ เมื่อพูดถึงของขึ้นชื่อของนาริตะก็ต้องนึกถึงปลาไหล มีร้านข้าวหน้าปลาไหลอยู่เยอะมากจนไม่รู้จะเลือกร้านไหนดีเลยทีเดียวค่ะ แต่คราวนี้ร้านที่ไปมาคือร้าน Surugaya ค่ะ ร้านนี้ก็มีคนต่อคิวยาวไม่ต่างจากร้าน Kawatoyo เลย วันที่ไปมารออยู่ประมาณ 1 ชม.ครึ่งเลยค่ะ
และในที่สุดก็ถึงคิวซักที ได้ขึ้นไปนั่งที่ที่นั่งแบบนั่งพื้นบนชั้น2 เมนูที่ให้มามีแค่ภาษาญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ไม่แน่ใจว่ามีเมนูภาษาอังกฤษหรือเปล่านะคะ

เซ็ตนี้คือเซ็ตข้าวหน้าปลาไหลพร้อมซุปตับปลาไหลเคียงด้วยของดอง ราคา 3600เยนค่ะ (รวมภาษี) นอกจากนี้ยังมีเมนู ข้าวหน้าปลาไหลพิเศษ พร้อมซุปตับปลาไหลราคา 4950เยน(รวมภาษี)ด้วยค่ะ

ตอนที่สั่งทางร้านก็แจ้งมาว่า “ใช้เวลาในการทำประมาณ 20-30 นาทีนะคะ” ถึงจะใช้เวลาในการรอซักหน่อย แต่ก็ได้ของอร่อยที่คุ้มค่ากับการรอค่ะ
เนื้อปลาไหลที่นุ่มฟูและน้ำซอสที่ไม่เข้มข้นจนเกินไป แฮปปี้มากๆ ค่ะ

ต่อจากนั้นก็ไปหาของหวานล้างปากกันค่ะ ที่ถนนเส้นหน้าวัดนาริตะซังนี้มีร้านเก่าแก่อยู่มากมาย และร้านนี้คือร้านที่เปิดมาตั้งแต่ปี 1845 ชื่อร้าน Gotoudangoya ด้านในร้านจะมีโต๊ะแบบนั่งพื้นและนั่งเก้าอี้ให้เลือกค่ะ

ในทุกๆเช้าทางร้านจะเตรียมแป้งโมจิที่จะเอาไว้ทำดังโงะโบราณที่ทำเองแค่เฉพาะในส่วนที่จะขายในวันนั้นเท่านั้น เพราะฉะนั้นเราจะได้ลิ้มลองรสสัมผัสที่นุ่มหนุบหนับได้อย่างเต็มที่แน่นอนค่ะ

เมนูที่สั่งมาในครั้งนี้คือเซ็ตที่สามารถทานดังโงะที่ใช้แป้งโมจิทำใหม่ทุกวันกับอีกหลายๆแบบ
มีมิทาราชิดังโงะกับโมจิถั่วแดงขนาดค่อนข้างใหญ่ที่อยู่ในภาพบนและวาราบิโมจิ, โทโคโระเตง, ของดองและเซมเบ้ ราคา 700เยน

ไม่น่าเชื่อว่าหมดนี่แค่ 700 เยนเท่านั้น! !
แถมในหน้าร้อนจะมีเมนูน้ำแข็งไสด้วยนะ อันนี้ก็แนะนำค่ะ

และ ที่ถนนเส้นหน้าวัดจะมีร้านราเมงชื่อ Ramen Bayashi ด้วยค่ะ เป็นร้านที่ได้ที่ 1 จากร้านในนาริตะของเว็ปTripAdvisorค่ะ ส่วนใหญ่ร้านจะแน่นไปด้วยชาวต่างชาติที่มาทานกันค่ะ คิดว่าน่าจะมีเยอะกว่าลูกค้าชาวญี่ปุ่นอีกนะคะเนี่ย!?

ภายในร้านจะมีโต๊ะเคาน์เตอร์ ตอนที่ไปที่ร้านก็คนเต็มเลยค่ะ และเหมือนว่าสต๊าฟของสายการบินต่างประเทศที่มาลงที่สนามบินนาริตะก็มักจะมาที่ร้านนี้กันด้วยค่ะ
ครั้งนี้เราสั่งเมนูแนะนำ ราเมงเสฉวนชาชู 950เยน มีรสเผ็ดนิดหน่อย คนที่ชอบซุปปลาหรือซุปกระดูกหมูอาจจะยังรู้สึกเหมือนขาดอะไรไปนิดๆ ค่ะ

เป็นอย่างไรบ้างคะ? แน่นอนว่านอกจากนี้ยังมีร้านอยู่อีกเพียบเลยค่ะ ที่แนะนำไปในครั้งนี้เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นเอง หากได้มาเยือนนาริตะเมื่อไหร่ก็อย่าลืมมาเพลิดเพลินกับของอร่อยเมืองนาริตะกันให้ได้นะคะ!

การท่องเที่ยวที่ได้เพลิดเพลินไปกับการชมวัดและทางเดินที่ทอดยาวเข้าสู่วัดของเมืองนาริตะ

การท่องเที่ยวที่ได้เพลิดเพลินไปกับการชมวัดและทางเดินที่ทอดยาวเข้าสู่วัดของเมืองนาริตะ

เมืองนาริตะเป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากมาย อยู่ใกล้ๆ สนามบินนาริตะเดินทางมาก็สะดวก และยังมี "วัดนาริตะซังชินโชจิ" ที่เป็นวัดที่มีชื่อเสียงอยู่ด้วย ทางเดินที่ทอดยาวไปยังวัดก็มีบ้านเรือนที่ให้เราได้สัมผัสถึงประวัติศาสตร์ตั้งเรียงรายอยู่ด้วย ควรค่าแก่การไปเยี่ยมชมอย่างมาก

และ อาหารขึ้นชื่อก็คือปลาไหล แถวนี้มีร้านปลาไหลอยู่มากมาย ร้านดังที่ต้องต่อคิวก็มีเช่นเดียวกัน เป็นที่ที่เหมาะจะมาท่องเที่ยวมากๆ ค่ะ

【การเดินทางมาสถานีNarita】
กรณีที่ใช้บริการรถไฟKeisei:
จากสถานี Uenoนั่งรถไฟLimited expressประมาณ 65 นาที, จากสถานีNarita Airport Terminal 2ประมาณ 8 นาที
※คืนก่อนวันปีใหม่ มีรถไฟวิ่งบริการทั้งคืน รายละเอียดกรุณาตรวจสอบได้ที่เว็ปไซต์ของรถไฟKeisei
กรณีที่ใช้บริการรถไฟ JR:
จากสถานีTokyoนั่งรถไฟ「Rapid Airport Narita」ที่วิ่งเข้าสนามบินของสายYokosuka/Sobuประมาณ 70 นาที
จากสถานีNaritaAirport Terminal 2ประมาณ 8 นาที
จากสถานี Uenoไปต่อรถไฟที่สถานีAbikoสายJobanประมาณ 80 นาที
※คืนก่อนวันปีใหม่ มีรถไฟวิ่งบริการทั้งคืน

เอาล่ะ ก่อนอื่นขอแนะนำร้านปลาไหลกันก่อนนะคะ
ร้าน Kawatoyo สาขาใหญ่ที่เป็นร้านชื่อดังจากบรรดาร้านปลาไหลที่มีอยู่มากมาย
http://th.lovechiba.jp/kawatoyo/

ร้านจะเปิดตั้งแต่ 10 โมงเช้าก็จริง แต่สามารถไปดูสต๊าฟของร้านทำการแล่ปลาไหลได้ตั้งแต่เช้า

ภายในร้านมีโต๊ะแบบนั่งเก้าอี้และนั่งพื้น ร้านมีขนาดกว้างขวางก็จริงแต่เต็มไปด้วยลูกค้าภายในพริบตาเลยค่ะ แนะนำให้รีบมาแต่เช้าหน่อยก็ดีค่ะ
ในส่วนของเมนู ทางร้านก็มีเตรียมเอาไว้ให้หลายๆ ภาษาเพราะฉะนั้นไม่ต้องกังวลนะคะ ได้เลือกเมนูได้อย่าง สบายๆ ค่ะ ถ้ามีแต่เมนูภาษาญี่ปุ่นที่ไม่มีรูปภาพประกอบเลยก็สั่งอาหารลำบากแย่เลยใช่ไหมคะ รู้เลยว่าร้านนี้เป็นร้านที่ไม่ได้นิยมกันเฉพาะแต่ชาวญี่ปุ่นเท่านั้นลูกค้าที่เป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติก็มีเพียบเลยค่ะ

นี่คือเมนู Jouunagi (ข้าวหน้าปลาไหลไซส์กลาง) 3,100 เยน (รวมภาษี) ส่วนซุปตับปลาไหลสั่งแยกต่างหากค่ะ
ปลาไหลเป็นเนื้อปลาที่มีสารอาหารอยู่เยอะมาก อย่างวิตามินAและE วิตามินAในปลาไหลมีมากกว่าในชีสถึง 4 เท่าและมากกว่าไข่ถึง 8 เท่า ส่วนวิตามินEมีมากกว่าไข่ 3 เท่าและมากกว่าชีส 6 เท่า ที่ญี่ปุ่นจะมีประเพณีการกินปลาไหลในหน้าร้อน คงเป็นเพราะอยากจะรักษาสมดุลของสารอาหารที่จะได้รับนั่นเอง

จัดการกับอาหารให้เสร็จก่อนที่ลูกค้าจะเต็มร้าน พออิ่มแล้วก็เดินไปที่วัดชินโชจิกันค่ะ

【การเดินทางจากสถานีNaritaไปนาริตะซัง】
เดินจาก「รถไฟสายKeisei สถานีKeisei Narita」หรือ「รถไฟสายJR สถานีNarita」10 นาที
http://www.naritasan.or.jp/chinese/access.html(ภาษาอังกฤษ)

วัดนาริตะซังชินโชจิคืออะไร?
วัดนาริตะซังชินโชจิเป็นวัดที่อยู่ในเมืองนาริตะ จังหวัดชิบะ เป็นวัดพุทธที่มีชื่อเสียงของภูมิภาคคันโตที่มีผู้คนแห่แหนมานมัสการมากมาย และคนที่มาเยือนเพื่อสวดภาวนาให้คนในครอบครัวมีความสุขสงบร่มเย็น, เดินทางปลอดภัยก็มีมากเช่นกัน
วัดนาริตะซังชินโชจิ http://www.naritasan.or.jp(ภาษาญี่ปุ่น)

สามารถศึกษาวิธีสักการะได้จากที่นี่
http://www.naritasan.or.jp/visit/howto.html(ภาษาญี่ปุ่น)

เครื่องรางที่สามารถเช่าและเซียมซีเสี่ยงโชคของที่วัดจะมีภาษาอังกฤษกำกับไว้ให้ด้วย ซื้อไปเก็บไว้ได้นะคะ
หลังจากนั้น เราจะไปซื้อของฝาก ที่ร้านNabedana ซึ่งเป็นร้านค้าปลีกที่จำหน่ายเหล้าญี่ปุ่นของ【โรงกลั่นสุราญี่ปุ่นประจำจังหวัดชิบะ】กันค่ะ
http://zh-tw.lovechiba.jp/nabedana/

ที่นี่ไม่ได้จำหน่ายเฉพาะเหล้าญี่ปุ่นเท่านั้นนะคะ ยังมีUmeshu(เหล้าบ๊วย)และYuzushu(เหล้าส้มยูสุ)วางจำหน่ายด้วย เหล้านี้ได้รางวัลที่ 1 ในงานแสดงเหล้าญี่ปุ่นที่จัดที่ไต้หวันในปี 2017 ด้วยค่ะ แน่นอนว่ารางวัลจากในประเทศญี่ปุ่นเองก็ได้รับมามากมายเช่นเดียวกันค่ะ

ต่อไปจะไปที่นี่ค่ะ

『Sabonsama』
http://th.lovechiba.jp/sabonsama/
เป็นร้านขายสบู่ค่ะ เป็นสบู่นิ่มที่เหมือนกับเจลลี่เลยค่ะ เป็นผิวสัมผัสที่ให้ความรู้สึกประหลาดใจมากค่ะ

สามารถเพลิดเพลินกับกลิ่นหอมของสบู่แต่ละชนิดที่มีอยู่มากมายได้ เหมาะที่จะซื้อไปเป็นของฝากมากๆ เลยค่ะ ลองมาดูกันให้ได้นะคะ

และใกล้ๆ กับร้าน Sabonsamaก็จะมีร้านสไตล์ญี่ปุ่นชื่อว่าร้านMiyoshiyaอยู่ค่ะ ขนมหวานแบบญี่ปุ่นก็มีให้ทานด้วย แนะนำเลยค่ะ นอกจากนั้นสินค้าที่นิยมซื้อไปเป็นของฝากก็จะเป็นเมลอนดองที่เรียกว่า TeppoTsuke

TeppoTsukeที่ซึมไปด้วยรสชาติของโชยุ เหมาะจะกินกับข้าวสวยที่สุดเลย!

รสชาติจะค่อนข้างเข้ม ถ้ามีขายแบบบางๆ ก็แนะนำให้ซื้อแบบบางไปนะคะ

บรรยากาศทางเดินเข้าวัดยามเย็นที่เชื้อเชิญให้เดินเล่นต่อ แต่ทว่าร้านส่วนใหญ่จะปิดกันตั้งแต่ 5 โมงเย็น เพราะฉะนั้นหากจะไปแนะนำให้รีบไปตั้งแต่เนิ่นๆ ค่ะ

หากจะไปสนามบินนาริตะ ที่สถานีJR Naritaมีบริการล็อกเกอร์ฝากของให้ด้วยนะคะ เอาของมาใส่ไว้แล้วค่อยไปเที่ยวจะมีความคล่องตัวมากกว่าค่ะ
อ่านบทความของล็อกเกอร์ฝากของได้ที่นี่
http://zh-tw.lovechiba.jp/information/archives/101#more-101

ไปเที่ยวMother Farmมาค่ะ!

เป็นฟาร์มเพื่อนการท่องเที่ยวที่สามารถเพลิดเพลินไปกับเหล่าสัตว์แสนน่ารักและธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ มาเที่ยวได้ตั้งแต่เด็กจนถึงผู้ใหญ่เลยค่ะ
http://zh-tw.lovechiba.jp/mother-farm/

ถ้านั่งรถไฟให้มาลงที่สถานี JR Kimitsu ก็จะสามารถต่อรถบัสที่วิ่งไปถึง Mother Farm ได้
หรือจะเช่ารถแล้วขับไปเองก็สะดวกเช่นเดียวกันค่ะ

【วิธีเดินทาง/รถไฟ】
・จากสถานี JR Narita Airport จนถึงสถานี JR Kimitsu ประมาณ 1 ชั่วโมง 50 นาที
・จากสถานีShinjuku จนถึงสถานี JR Kimitsu ประมาณ 2 ชั่วโมง
ลงรถไฟที่สถานีแล้วนั่งรถบัสต่อไปฟาร์มได้เลย
รายละเอียดดูได้ที่
http://www.motherfarm.co.jp.t.acb.hp.transer.com/access/index.php
ที่ Mother Farm จะมีดอกไม้หลากหลายพันธุ์เบ่งบานตามฤดูกาลในตลอดทั้งปี แต่ถ้าเป็นช่วงนี้ก็จะได้ชมดอกคอสมอสค่ะ

ก่อนอื่นไปที่ Agro domeเพื่อชมโชว์แกะสุดฮิตของที่นี่กันก่อนค่ะ โชว์จะใช้เวลาประมาณ 30 นาที จะมีแกะกว่า 19 สายพันธุ์และสุนัขเลี้ยงแกะขึ้นมาโชว์ และมีโชว์ตัดขนแกะด้วยค่ะ

หลังจากจบโชว์แล้ว สามารถขึ้นไปดูแกะใกล้ๆ บนเวทีได้ด้วยนะคะ ได้จับน้องแกะเล่นกันสนุกสนานมากค่ะ
เสร็จแล้วก็ไปทานอาหารกันก่อนเวลานิดหน่อยที่ Café&Genghis KhanFARM DINER ที่เพิ่งเปิดไปเมื่อวันที่ 8 ก.ค.ที่ผ่านมานี่เองค่ะ

ภายในร้าน แน่นอนว่าสามารถรับประทานเมนูเจงกิสข่านสุดฮิตของ Mother Farmได้ด้วยค่ะ

เมนูอื่นๆ ก็มีอีกเพียบเลย อันนี้ก็แนะนำค่ะ!

Half Steak & Homemade Sausage 1630เยน เป็นเนื้อสเต็กส่วนซี่โครงขนาดครึ่งไซส์ทานคู่กับไส้กรอกที่ทำขึ้นมาเอง ปริมาณอิ่มจุใจ
พอทานจนอิ่มแล้ว ก็ไปที่จุดเล่นกับสัตว์ค่ะ

ที่นี่ก็จะมีคาปิบาร่ากับเต่ายักษ์และแพะต่างๆ ที่ปล่อยเป็นอิสระให้สามารถเข้าไปสัมผัสและเล่นด้วยกันได้ค่ะ

นอกจากนี้ก็จะมีบริเวณที่สามารถให้อาหารสัตว์ได้ และใกล้ๆกับบริเวณเล่นกับสัตว์นี้ก็จะมีร้านขายของที่มีซอฟต์ครีมสุดฮิตขายอยู่ด้วยค่ะ

นอกจากซอฟต์ครีมรสปกติที่มีให้ลิ้มรสกันทั้งปีแล้วก็ยังมีพาเฟ่ต์ที่ใช้ซอฟต์ครีมรสชาติพิเศษเฉพาะฤดูกาลให้ได้ลองกันอีกด้วย ถือเป็นเมนูที่อยากกินให้ได้อีกเมนูนึงเลยค่ะ

ภายในร้าน นอกจากขนมต่างๆ แล้วก็ยังมีชีสทำเองกับไส้กรอกทำเองวางจำหน่ายด้วยนะคะ

มีสินค้าหลากหลายชนิดให้เลือกเยอะมากเลยค่ะ อยากลองชิมหลายรสมากเลยค่ะ

นอกจากนั้น เรายังเจอปฏิทินแมวเหมียว ที่เหมาะกับทาสแมวมากๆด้วยค่ะ!

อันดับสินค้าที่แนะนำโดยผู้จัดการร้านของ Mother Farm
นอกจากนี้ที่ Mother Farm ยังมีกิจกรรมอีกเยอะแยะมากมาย อย่าง เก็บผลไม้, ชีสและทำตุ๊กตาจากขนแกะ!เป็นฟาร์มเพื่อการท่องเที่ยวที่สามารถสนุกสนานได้ทั้งวันค่ะ

และที่นี่ยังมีล็อกเกอร์และสามารถฝากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ได้ด้วยค่ะ (มีค่าใช้จ่าย)
มีรถเข็นเด็กให้เช่าด้วยค่ะ ผู้ที่ต้องการใช้สามารถติดต่อไปยังสต๊าฟได้เลยนะคะ

 *ฟาร์มที่ส่องประกาย ~ตำนานดวงดาวแห่งMakiba~
พลาดไม่ได้! กับการCollaborationระหว่างวิวกลางคืนของอ่าวโตเกียวและการประดับไฟ!
สวนสนุกยามค่ำคืน
ธรณีศิลป์ลึกลับที่ชมได้จากหอคอยบันจี้จัมพ์
Star Party
2สุดยอดเมนูบุฟเฟต์ร้อนๆ
เมนูใหม่ของคาเฟ่☆มีเฉพาะที่งานฟาร์มแห่งแสงระยิบระยับเท่านั้น!
มาเล่นกับเหล่าขนฟูของฟาร์ม

 

 

ในการท่องเที่ยวจังหวัดชิบะ

เนื่องจากมีสอบถามเข้ามาเกี่ยวกับการเดินทางท่องเที่ยวในจังหวัดชิบะตามเว็ปนี้นะคะ ”7 สถานที่ @Check in สุดชิค เที่ยวแบบไม่ง้อทัวร์ ง่ายๆ เที่ยวเองก็ได้ที่ Chiba ใกล้โตเกียวแค่เอื้อม!
ทางเราจะขอแนะนำเพิ่มเติมในส่วนของรูทลำดับในการเดินทางง่ายๆให้ค่ะ 

ก่อนอื่น ไม่มีทางเที่ยวได้หมดภายใน 1 วันแน่นอนค่ะ อย่างน้อยๆต้องมี 2 วันนะคะ 

◉วันที่1 ใช้รถไฟ(จะเช่ารถขับก็ได้ค่ะ) 
「Dragon Farm」→「Sakura Furusato Sqa」→「วัดNaritasan Shinshoji」 

◉วันที่2 เช่ารถ(ถ้านั่งรถไฟจะลำบากเกินไปค่ะ) 
「Tokyo German Village」→「วัดKasamori Kannon」→「วัดChoufukujuji」→「Kamogawa Sea World」

และสามารถดาวน์โหลดไฟล์โบรชัวร์ดิจิตอลการท่องเที่ยวของจังหวัดชิบะจากลิ้งค์ข้างล่างได้เลยนะคะ 
http://japan-chiba-guide.com/th/digital-pamphlet.html 
(โบรชัวร์ภาษาไทย+แผนที่สำหรับขับรถ 2 แบบ แล้วก็มีแผนที่กับรหัสของแผนที่สำหรับผู้ที่เช่ารถให้ด้วยค่ะ) 

นำไปใช้ประกอบเป็นข้อมูลในการวางแผนท่องเที่ยวได้เลยนะคะ

วันก่อนไปซาวาระมาค่ะ

วันก่อนไปซาวาระมาค่ะ

พอออกจากสถานีรถไฟมาแล้วเดินออกมา จะมีศูนย์ให้ข้อมูลนักท่องเที่ยวอยู่ซ้ายมือค่ะ สามารถเช่าจักรยานจากจุดนี้ได้ด้วย Read more